สธ.เผยโควิด-19เป็นสาเหตุการตายอันดับ1ของหญิงท้อง

ขณะที่ยอดฉีดวัคซีนยังต่ำเพียง 25 % สาเหตุเพราะยังลังเล และกังวลอาการข้างเคียง และไม่มั่นใจประสิทธิภาพ จึงขอย้ำว่าวัคซีนปลอดภัย ช่วยลดติดเชื้อ ป่วยรุนแรง และเสียชีวิต จึงควรเข้ารับการฉีดวัคซีนโดยเร็ว19 ต.ค.2564 ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมสุขภาพและโฆษกกรมอนามัย แถลงข่าวสถานการณ์ติดโควิด -19 ในหญิงตั้งครรภ์ โดยทั่วโลกพบว่าสตรีมีครรภ์ติดเชื้อเพิ่มขึ้นราว 50-60 % จากภาวะปกติ และหลายประเทศโควิด-19 เป็นสาเหตุการตายอันดับ 1 ของสตรีมีครรภ์ เช่น ยุโรป หรืออเมริกาประมาณ 25%ของหญิงมีครรภ์ที่เสียชีวิตเกิดจากโควิด-19นพ.เอกชัย กล่าวอีกว่า สำหรับในประเทศไทยระหว่างเดือน ต.ค 2563 -ก.ย.2564 มีการระบาดของโควิด-19 ระลอก2-3 พบว่ามีสตรีมีครรภ์เสียชีวิต 192 ราย จากโควิด 78 ราย หรือประมาณ 40 % ซึ่งเป็นสาเหตุการตายอันดับที่ 1 ของสตรีมีครรภ์ในช่วงที่ผ่านมา นอกจากนี้ก็มีกาจเสียชีวิตด้วยสาเหตุอื่น เช่น ตกเลือด ทั้งนี้พบว่าสถานการณ์โควิด-19 ในหญิงตั้งครรภ์ ช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาตั้งแต่ เดือนเม.ย.-ก.ย.2564 พบติดเชื้อแล้ว 4,778 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ที่เคยรับวัคซีน 209 ราย ทารกติดเชื้อ 226 ราย โดยสตรีมีครรภ์ที่ติดเชื้อมักจะอยู่ในพื้นที่กทม. ปริมณฑล และจังหวัดชายแดนภาคใต้ มารดาเสียชีวิต 95 ราย มีทารกเสียชีวิตตามแม่ 46 ราย สำหรับความคืบหน้าการฉีดวัคซีนให้กับสตรีมีครรภ์ พบว่าฉีดแล้วประมาณ 75,000 ราย เป็นเข็มที่ 1 ส่วนเข็มที่ 2 จำนวนราว 51,900 ราย และเข็ม 3 ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุขราว 500 ราย ทั้งนี้ หญิงมีครรภ์ที่อายุครรภ์เกิน 3 เดือนใน 1 ปีมีราว 3 แสนราย เพราะฉะนั้น จำนวนที่ฉีดวัคซีนในปัจจุบันคิดเป็นราว 25 % เมื่อแยกเป็นรายเขตสุขภาพ พบว่า เขต 1 ฉีดแล้ว 17.1% เขต 2 ฉีดแล้ว 25.3% เขต 3 ฉีดแล้ว 14.6% เขต 4 ฉีดแล้ว 34.3 % เขต 5 ฉีดแล้ว 26.8% เขต 6ฉีดแล้ว 40.8% เขต 7 ฉีดแล้ว 11.6 % เขต 8 ฉีดแล้ว 13.6 % เขต 9 ฉีดแล้ว 19.5% เขต 10 ฉีดแล้ว 12.8% เขต 11 ฉีดแล้ว 19.7 % เขต 12 ฉีดแล้ว 33% และเขต 13 ฉีดแล้ว 29.7 % จึงจะต้องเร่งให้สตรีมีครรภ์เข้ารับการฉีดวัคซีนนอกจากนี้ยังได้เปิดเผยผลสำรวจอนามัยโพลล์ หญิงตั้งครรภ์กับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ผู้ตอบแบบสอบถามเป็นหญิงมีครรภ์ใน 77 จังหวัด จำนวน 1,165 คน ระหว่างวันที่ 15-29 ก.ย.2564 ส่วนใหญ่ตั้งครรภ์ในไตรมาส 2-3 ฝากครรภ์เรียบร้อยแล้ว และสตรีมีครรภ์เกือบทั้งหมดอยู่ร่วมกับสมาชิกในครอบครัวตั้งแต่ 3-7 คน มีไม่ถึง 1 % อยู่ตัวคนเดียว อย่างไรก็ตามภาพรวม พบว่า 50% ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน ในจำนวนนี้ก 60 % ตั้งใจจะฉีด โดยที่ยังลังเล สาเหตุจาก กังวลผลข้างเคียงมากที่สุด รองลงมาเป็น ไม่มั่นใจในความปลอดภัย และอยากศึกษาข้อมูลให้แน่ใจก่อนฉีด เป็นต้น อย่างไรก็ตาม พบว่า หญิงมีครรภ์ยังมีการออกไปทำงานนอกบ้าน จึงเป็นส่วนที่กังวลเพราะยังไม่ได้ฉีดวัคซีน ส่วนการป้องกันตนเองตามมาตรการUnivesal Prevention หญิงมีครรภ์ทำได้ดีที่สุดในเรื่องการสวมหน้ากากตลอดเวลาเมื่ออยู่ในที่สาธารณะโดยทำเป็นประจำ 97.8% ที่ทำได้น้อยที่สุด คือ สวมหน้ากากตลอดเวลาเมื่ออยู่ร่วมกับผู้อื่นในบ้านโดยทำเป็นประจำเพียง 43.3% นพ.เอกชัย กล่าวด้วยว่า โดยสรุปการตัดสินใจเข้ารับการฉีดวัคซีนของหญิงตั้งครรภ์ ส่วนหนึ่งกังวลเรื่องความปลอดภัยและประสิทธิภาพของวัคซีน และสูตรไขว้ต่างๆ ทั้งที่ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์ ฯ สมาคมแพทย์โรคติดเชื้อและกระทรวงสาธารณสุข ออกมาให้ข้อมูลแล้วว่า องค์การอนามัยโลกบอกแล้วว่า วัคซีนสูตรไขว้สามารถฉีดได้ในสตรีมีครรภ์อย่างปลอดภัย ส่วนความกังวลเรื่องผลข้างเคียงนั้น ในสตรีมีครรภ์ผลข้างเคียงไม่ได้แตกต่างจากคนทั่วไปและเล็กน้อย หายได้ นอกจากนี้ คิดว่าตนเองไม่มีความเสี่ยงและมีโอกาสติดเชื้อน้อยไม่ต้องฉีด อาจเป็นความเข้าใจที่ประมาทได้ จึงขอเชิญชวนสตรีตั้งครรภ์เข้ารับการฉีดวัคซีน ส่วนหญิงที่ให้นมบุตรสามารถฉีดวัคซีนได้ หลังจากฉีดแล้วสามารถให้นมได้ทันที เพราะวัคซีนไม่มีผลต่อน้ำนม

เกี่ยวกับผู้เขียน: hogsnow

为您推荐