นักช็อปออนไลน์ผวา“เงินในบัญชีเดบิต”ล่องหนแนะ!!คิดสักนิดตรวจสอบก่อนทำธุรกรรมการเงิน

เป็นเรื่องราวใหญ่โตในการทำธุรกรรมทางการเงิน ที่มีปัญหาในการก้าวไปสู่ยุคดิจิทัล และสังคมไร้เงินสด ของรัฐบาลที่เหมือนทุกอย่างจะลงตัว และเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง แต่กลับพบปัญหาการทำธุรกรรมที่ผิดปกติบนระบบดิจิทัล

นั่นคือ “การหักค่าใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิตโดยที่เจ้าของบัตรไม่ได้มีการทำธุรกรรมทางการเงิน” ซึ่งสร้างความเสียหาย และมีการแจ้งความดำเนินคดีทางกฎหมาย!!!

ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่าบัญชีของพวกเขาโดนตัดเงินทีละจำนวนน้อย ๆ แต่ถี่ ๆ หลายรายการ โดยข้อความระบุว่า “Purchase via EDCW” ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการซื้อสินค้าบริการผ่านบัตรเดบิต และมาตัดเงินจากบัญชีธนาคารอีกที โดยรายการที่เกิดขึ้นจะพบมากในช่วงเดือนกันยายนถึงตุลาคมที่ผ่านมา โดยคาดว่าจำนวนผู้เสียหายมีมากถึง 20,000 คน

งานนี้ร้อนไปถึง “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ต้องโดดลงมาสั่งการด้วยตัวเองให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาเร่งด่วน!!!!

ทั้งนี้ผู้ที่รับผิดชอบโดยตรง “สมาคมธนาคารไทย” ชี้แจงว่า ที่ปรากฏเป็นข่าวพบลูกค้าผู้ถือบัตรเครดิตและบัตรเดบิตจำนวนมากประสบปัญหาการทำรายการชำระเงินโดยที่ไม่ได้ทำธุรกรรมด้วยตนเอง ธนาคารแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย ได้ตรวจสอบสถานการณ์ดังกล่าว พบว่ามิได้เกิดจากการรั่วไหลของข้อมูลจากธนาคาร แต่เป็นรายการที่เกิดจากการทำธุรกรรมชำระค่าสินค้าและบริการกับร้านค้าออนไลน์ที่จดทะเบียนในต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ และไม่ใช่แอพดูดเงินตามที่ปรากฏเป็นข่าวขณะนี้ธนาคารเจ้าของบัตรได้ดำเนินการระงับการใช้บัตรของลูกค้าที่มีรายการผิดปกติ และติดต่อลูกค้า รวมทั้งอยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบร้านค้าที่มีธุรกรรมที่ผิดปกติเหล่านี้โดยเร็ว

และเพื่อเป็นการล้อมคอก “นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์” รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า ได้เตรียมร่างกฎหมายเตรียมส่งเข้าให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเพื่อคุ้มครองประชาชนในการซื้อขายออนไลน์ โดยจะให้ทุกร้านค้าที่ประกอบการทำธุรกิจออนไลน์เข้ามาจดแจ้ง โดยให้อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ข้อบังคับ เช่น ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายจะต้องมีการยืนยันตัวตน เพื่อป้องกันการเอาข้อมูลไปตัดบัญชีโดยที่เจ้าของบัญชีไม่ได้เป็นผู้ทำธุรกรรมนี้ด้วยตัวเอง ซึ่งกฎหมายฉบับนี้จะเป็นกฎหมายลูกของพระราชบัญญัติธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

“กระบวนการที่เราดำเนินการอยู่ เช่นจะให้มีการยืนยันตัวตน การมีตัวแทนในไทยที่รับผิดชอบต่อประชาชน มาตรการโอนเงินต้องมีระบบยืนยันตัวตน 2 ชั้น เป็นต้น ป้องกันไม่ให้ถูกหักเงินจากบัญชีโดยเจ้าของไม่รู้ตัว และให้ความคุ้มครองประชาชน ซึ่งผู้เสียหายจากการถูกหักเงินผ่านบัญชีอัตโนมัติโดยไม่ได้ให้ความยินยอมนั้น เชื่อว่าจะได้รับเงินคืนจากธนาคารแน่นอน แต่หากมีข้อติดขัดในการประสานงานกับธนาคารผู้ออกบัตรสามารถแจ้งมาที่ ETDA ผ่านสายด่วน 1212 เว็บไซต์ https://www.1212occ.com หรือ email: [email protected] เพื่อจะช่วยประสานงานให้ต่อไป”

แต่ถึงอย่างไรในใจลึกๆ ก็ยังเชื่อว่าปัญหาแบบนี้ จะยังไม่หมดไป เพราะพฤติกรรมการของคนไทย นิยมที่จะสั่งช็อปปิ้งซื้อสินค้าผ่านออนไลน์ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ

และเมื่อเป็นเนนั้น ก่อนช็อปปิ้งซื้อสินค้าผ่านออนไลน์ ควรจะมีความรู้ในการตรวจสอบด้วยตัวเองก่อนว่า จะตัดสินใจซื้อสินค้าจากร้านค้าหรือเว็บไซต์นั้นหรือไม่

1.ช็อปเฉพาะร้านค้าบนเว็บไซต์ที่ใช้ HTTPS เพราะไซต์ที่ใช้ HTTPS ช่วยให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลที่ส่งทั้งหมดจะได้รับการเข้ารหัส และอาชญากรนั้นจะไม่สามารถดักขโมยข้อมูลของคุณได้

2.หลีกเลี่ยงใช้บัตรเครดิตในการช็อปปิ้ง และใช้บัตรเดบิตเมื่อซื้อสินค้าออนไลน์ แต่สำหรับบัญชีบัตรเดบิตที่ใช้ช็อปปิ้งออนไลน์ควรมีวงเงินจำกัดเฉพาะที่จะใช้ซื้อสินค้าเท่านั้น ไม่ควรเก็บเงินในบัญชีดังกล่าวเยอะเกินไป

3.ควรตรวจสอบใบแจ้งยอดใช้จ่ายบ่อยๆ หรือจะให้คุณสมัครรับ SMS เพิ่มในบัญชีของคุณ

4.ตั้งรหัสผ่านที่รัดกุม คาดเดายาก ใช้การผสมตัวอักษร (ทั้งตัวพิมพ์ใหญ่และตัวพิมพ์เล็ก) ตัวเลขและอักขระพิเศษ

5.อย่าใช้ฟรี WI-FI สาธารณะที่ไม่รู้ที่มาที่ไปในขณะช็อปออนไลน์ และช็อปผ่านอุปกรณ์ส่วนตัวเท่านั้น

6.ช็อปผ่านแอพพลิเคชั่น หรือผู้ขายที่น่าเชื่อถือเท่านั้น

เพียงเท่านี้ก็ไม่ต้องตกเป็นเหยื่อยมิจฉาชีพที่เข้ามาล้วงเงินในบัญชีคุณได้อีกต่อไป!!!

เกี่ยวกับผู้เขียน: hogsnow

为您推荐